พระจอมเกล้าธนบุรี โชว์ไอเดียสร้างเมืองคาร์บอนต่ำ

18/12/2012 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนุบรี โชว์นวัตกรรมประหยัดพลังงาน เพื่อพัฒนาสังคมเมือง  ให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ ภายในปี 2573  โดยเชื่อว่าอีก10 - 20 ปีข้างหน้า  เชื้อเพลิงจะขาดแคลน และสังคมต้องหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนกันมากขึ้น

รถบัสคันนี้ ใช้เชื้อเพลิงเอทานอลหรือ ED95 ในการขับเคลื่อน นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย  ที่มีรถโดยสารขนาดใหญ่ใช้เอทานอลเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันดีเซลโดยเอทานอลที่ใช้  ต้องมีสัดส่วนร้อยละ 95 และมีสารเติมแต่งที่นำเข้าจากสวีเดนอีกร้อยละ 5  ซึ่งสารตัวนี้จะช่วยจุดระเบิด  เพิ่มการหล่อลื่นและลดการกัดกร่อนของตัวเครื่องยนต์

ขณะที่โครงสร้างรถ มีการออกแบบให้ตัวถัง  เป็นอลูมิเนียมอัลลอย สามารถทนต่อการกัดกร่อนได้ดี และประหยัดเชื้อเพลิง  ซึ่งรถบัสนี้มีราคาประมาณ 4 ล้านบาท และผลการทดสอบสมรรถนะการขับเคลื่อน  ก็พบว่าผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบก

เพียงแต่ขณะนี้ ยังมีปัญหาเรื่องต้นทุนเชื้อเพลิง  สูงกว่าดีเซลเล็กน้อย แต่หากมองในแง่ของสิ่งแวดล้อม  รถยนต์คันนี้  ลดการปล่อยมลพิษ ได้มากกว่ารถโดยสารทั่วไปหลายเท่าตัว  และลดการใช้น้ำมันดีเซล  ซึ่งพบว่าปี 2553 มีการใช้น้ำดีเซลเฉลี่ย 36 ล้านลิตรต่อวัน จากการใช้พลังงานทั้งหมด 50 ล้านลิตรต่อวัน

และอีก 10 ปี ข้างหน้า  ไทยมีโอกาสสูง  ที่เผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำมัน อีกทั้งคาดการณ์ว่าสังคมจะหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนเช่นไบโอดีเซลและเอทานอล

ถึงแม้รถบัสคันนี้ จะอยู่ระหว่างการวิจัย  ในโครงการสาธิตการใช้รถโดยสารขนาดใหญ่ที่ใช้เอทานอล ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี แต่ทางมหาวิทยาลัยเชื่อว่า รถคันนี้จะเป็นรถโดยสารต้นแบบในภาคการขนส่ง  เพื่อเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ หรือ low carbon city ในปี 2573

นอกจากนี้ ยังมีต้นแบบของการสร้างอาคารคาร์บอนต่ำ ของคณะพลังงานสิ่งแวดล้อมและวัสดุ  ที่ใช้การเปลี่ยนกระจกของห้องพักอาจารย์  ที่ลดการดูดซับความร้อน แต่ยังคงรับแสงสว่างเท่าเดิม และยังกันรังสีคต่าง ๆ ได้ตามปกติ และใช้ลดความร้อนของห้องพัก ด้วยการเปลี่ยนหลอดไฟฟลูออเรนเซนส์ เป็นหลอดไฟ LED  และติดตั้ง อุปกรณ์บังแดด  รวมทั้งทาสีสะท้อนรังสี

ขณะที่บริเวณทางเดิน  มีการติดตั้งหลอดไฟตรวจจับพลังงาน ที่จะส่องแสงสว่างขึ้นเอง  เมื่อมีผูคนเดินผ่าน และจะหรี่แสงลงภายในเวลา 1 นาที

จากการทดสอบ พบว่าสามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้น้อยกว่า 50 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ต่อตารางเมตร ต่อปี  และหากมีการติดตั้งแผงโซล่าร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง ก็จะลดการใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ได้ ซึ่งวิธีการนี้ เจ้าของอาคารทั่วไปสามารถนำไปใช้ได้

ทั้งนี้ การพัฒนาสังคมเมืองให้เป็นเมืองคาร์บอนต่ำ เป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกหน่วยงานต้องตระหนัก เพราะมีการคาดการณ์ว่า ไม่เกิน 20 ปีข้างหน้า สังคมเมืองจะมีประชากรหนาแน่นขึ้น  และเกิดการแย่งชิงพลังงาน

ดังนั้น การเลือกใช้พลังงานหมุนเวียน  จึงจะเป็นทางออก เพื่อลดวิกฤติพลังงาน แต่ต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจัง ตั้งแต่งานวิจัย จนถึงเชิงพาณิชย์

เครดิต : voicetv.co.th